• U15
  • 2 มีนาคม 2561 21:50

เจ้าสัวน้อยแม่นโทษชิงดำฉลามจูเนียร์รุ่น15ปีศึกยูธลีก

รุ่น 15 ปี ''เจ้าสัวน้อย'' อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด แม่นโทษดับ ''โลมาน้ำเงิน'' พัทยา ยูไนเต็ด สกอร์รวม 3-2 หลังจากเสมอกันในเวลา 1-1 เข้าไปชิงดำดวลชลบุรี เอฟซี ที่เฉือนสมาคมกีฬาแห่ง จ.กาฬสินธุ์ 1-0 ด้านรุ่น 17 ปี บางกอกกล๊าส เอฟซี เบียดสมาคมกีฬาแห่ง จ.สมุทรสาคร 2-1 รอพบ ''พยัคฆ์ล้านนา'' เชียงใหม่ เอฟซี ในการแข่งขันฟุตบอล ''ไทยแลนด์ยูธลีก'' ฤดูกาล 2017-2018 เมื่อ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา

   การแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ ''ไทยแลนด์ยูธลีก'' ฤดูกาล 2017-2018 ประจำวันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 ลงสนามฟาดแข้งรอบรองชนะเลิศ ที่สนามสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง รุ่นอายุ 17 ปี และสนามมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รุ่นอายุ 15 ปี รวมทั้งสิ้น 4 คู่ มีผลดังนี้

                                        ชลบุรี เอฟซี 1    สมาคมกีฬาแห่ง จ.กาฬสินธุ์ 0

    ที่สนามมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เวลา 09.30 น. เป็นการแข่งขัน ฟุตบอลไทยแลนด์ ยูธลีก รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี รอบรองชนะเลิศ ระหว่าง ''ฉลามชล'' ชลบุรี เอฟซี พบกับ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาฬสินธุ์ เริ่มเกมเป็นทางฝั่ง ชลบุรี เอฟซี ได้เขี่ยลูกเริ่มเล่นก่อน เกมผ่านไป 10 นาทีของครึ่งเวลาแรก ยังคงมีจังหวะการเข้าทำประตูที่ยังน้อยอยู่ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
 
    แต่รูปเกมก็ยังคงไม่มีฝั่งไหนได้เปรียบและเสียเปรียบ น.28 เป็นโอกาสของทางฝั่ง ชลบุรี เอฟซี ได้ลุยขึ้นมา พยายามต่อบอลกันอยู่ในแดนของกาฬสินธุ์ และได้จังหวะยิงไกลของ วรากร ทองใบ ซัดข้ามคานออกไปไกล เกมเข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย ทั้งสองฝ่ายพยายามเปิดเกมรุกเข้าหากัน แต่ก็ยังไม่มีทีมไหนที่จบสกอร์เฉียบขาดด้วยกันทั้งคู่ ทำให้จบครึ่งเวลาแรก จบลงด้วยการเสมอกันที่ 0-0

    เปิดฉากครึ่งเวลาหลังมา ทั้งสองทีมก็ยังคงเน้นเกมรัดกุม ไม่อยากเสียประตูด้วยกันทั้งคู่ เลยทำให้จังหวะจบสกอร์ยังคงไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่ เกมดำเนินมาถึงช่วง 20 นาทีสุดท้าย กาฬสินธุ์ได้สวนกลับขึ้นมา นันธวัฒน์ อ่อนทอง ได้ยิงด้วยขวา บอลก็ยังห่างกรอบออกไป

     น.83 จนแล้วจนรอด ''ฉลามชลจูเนียร์'' ชลบุรี เอฟซี มาได้เฮกันลั่น เมื่อ นิติพนธ์ สุกใส ซัดบอลเข้าไปตุงตาข่าย พาชลบุรี ออกนำไปก่อน 1-0 หลังจากที่มีประตูเกิดขึ้น กาฬสินธุ์โหมบุกเข้าใส่อย่างหนัก หวังเอาประตูตีเสมอให้ได้ แต่ก็ไม่เฉียบคมพอ ในจังหวะสุดท้าย จบเกม 90 นาที ชลบุรี เอฟซี เฉือนเอาชนะ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดกาฬสินธุ์ 1-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศเป็นทีมแรก


 
                                  อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด 1   พัทยา ยูไนเต็ด 1 (อัสสัมชัญชนะจุดโทษรวม 3-2)

     คู่ต่อมา เวลา 16.30 น. เป็นการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ระหว่าง ''เจ้าสัวน้อย'' อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด ที่ขนนักเตะอัสสัมชัญธนบุรีลงสนาม พบ ''โลมาน้ำเงิน'' พัทยา ยูไนเต็ด นักเตะจากอัสสัมชัญศรีราชา
  เริ่มเกมครึ่งแรกเป็นทาง ''เจ้าสัวน้อย'' อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด มีโอกาสการครองบอลมากกว่า และทำเกมบุกใส่ฝั่งพัทยา ยูไนเต็ดได้เรื่อยๆ แต่ทางฝั่งพัทยา ยูไนเต็ด ก็ตั้งรับอย่างเหนียวแน่น และใช้การวางบอลยาวสวนจังหวะที่ได้บุก น.10 แนวรับโลมาน้ำเงินน้อยส่งคืนหลังพลาด บอลดันไปเข้าทาง พงศ์ปณต แก้ววิเชียร ศูนย์หน้าร่างโย่ง ที่อยู่หน้าประตู วิ่งเข้าหาบอลลอยกระเด้งพื้นก่อนเทกตัวโหม่งแต่บอลข้ามคาน

     น.20 สุขสันต์ บุญตา ของโลมาน้ำเงินน้อยได้บอลกลางสนามแทงให้ วัชรินทร์ พินัยรัมย์ ศูนย์หน้าตัวเป้า ก่อนจับบอลหาเหลี่ยมหน้ากรอบเขตโทษด้านขวาซัดด้วยซ้ายแต่บอลไปเข้าซอง ณัฐวุฒิ แพงกระโทก
น.42 จากลูกโยนยาวขึ้นหน้าประตูของโลมาน้ำเงินน้อย แย่งชิงจังหวะกันก่อนที่บอลจะลอยมาเข้าทาง พรหมลิขิต แก้วสง่า ที่หน้ากรอบประตูซัดด้วยขวาไม่ค่อยเต็มแรง บอลเรียดออกข้างไป ช่วงท้ายเกมและทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที เจ้าสัวน้อยมีโอกาสลุ้นประตูจากลูกเตะมุม แต่ก็ได้แค่เฉียดเท่านั้น จบครึ่งแรกยังเจ๊ากันอยู่

     ครึ่งหลังทั้งสองทีมต่างโหมเกมบุกเข้าใส่กัน เพื่อหวังเอาประตูมาก่อนให้ได้ ทางด้าน ''เจ้าสัวน้อย'' อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด เน้นเล่นบอลกับพื้นต่อบอลกันเพื่อหาช่องว่างในการเข้าทำ ส่วน ''โลมาฟ้า-ขาว'' พัทยา ยูไนเต็ด เน้นการโยนบอลยาวเพราะวางกองหน้าทิ้งไว้หนึ่งตัวเพื่อเล่นเกมสวนกลับ
 
    น.51 กองเชียร์ทางฝั่ง พัทยา ยูไนเต็ด เกือบได้เฮจากลูกฟรีคิกบริเวณปีกซ้ายเป็น วุฒิไกร ทิพย์สุวรรณ เปิดไปที่เสาสองบอลถึง สุขสันต์ บุญตา ที่ยืนรออยู่เสาสองขึ้นโหม่งคนเดียว แต่บลอไปโดนกลางหัวทำให้ลูกโด่งข้ามคานออกไป พลาดโอกาสในการขึ้นนำ

     น.65 ทัพ ''โลมาฟ้า-ขาว'' ได้โอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดจากความผิดพลาดของกองหลังอัสสัมชัญ ที่ไปเกี่ยวขาของ พรหมลิขิต แก้วสง่า ในกรอบเขตโทษ ทำให้พัทยาได้จุดโทษ และเป็น พีรธัช กาแดง เซนเตอร์ของทีมเป็นคนสังหารด้วยซ้าย แต่เตะใต้ลูกมากเกินไป ทำให้ลูกเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้ยังเสมอกันอยู่ 0-0

    น.70 กองเชียร์เจ้าสัวน้อยได้เฮก่อนจากจังหวะที่ ภาณุพงษ์ วรรณทอง เปิดบอลจากกลางข้ามกองหลังของพัทยา ยูไนเต็ด ไปถึง อาทิตย์ บัวงาม ผ่านบอลง่ายๆ เข้าไปบริเวณจุดโทษให้ ณัฐวุฒิ พิมพ์วงศ์ ที่ยืนว่างอยู่แปด้วยขวา เข้าไปที่กลางประตู ทำให้เป็นฝั่ง ''เจ้าสัวน้อย'' อัสสัมชัญ ยูไนเต็ดขึ้นนำไปก่อน 1-0

      น.73 ไม่กี่นาทีต่อมาเป็นกองเชียร์ทัพ ''โลมาฟ้า-ขาว'' พัทยา ยูไนเต็ด ได้ลุกเฮบ้างจากลูกฟรีคิกบริเวณหน้ากรอบเขตโทษด้านขวา เป็น วัชรินทร์ พินัยรัมย์ ยิงด้วยเท้าซ้าย ปั่นข้ามกำแพง บอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าไป ทำให้พัทยา ยูไนเต็ดตามตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1

    หลังจากนั้นต่างฝ่ายต่างโหมบุกใส่กัน แต่ไม่สามารถทำสกอร์เพิ่มกันได้ ทำให้จบครึ่งหลังไปด้วยผลเสมอที่ 1-1 ต้องไปดวลจุดโทษเพื่อไปเข้าชิงกับ ''ฉลามชล'' ชลบุรี เอฟซี ที่เข้าไปรออยู่แล้ว และเป็นฝั่ง ''เจ้าสัวน้อย'' อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด แม่นยำกว่า เอาชนะจุดโทษไปได้ 2-1 ผลสกอร์รวม อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด เอาชนะไปได้ 3-2 เข้าไปชิงชนะเลิศต่อไป
 

                          เชียงใหม่ เอฟซี 5 -  สมาคมกีฬาแห่ง จ.สมุทรสาคร 1

    ที่สนามสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นการแข่งขันฟุตบอล ''ไทยแลนด์ยูธลีก'' รอบรองชนะเลิศ  ระหว่างทีม ''พยัคฆ์ล้านนา'' เชียงใหม่ เอฟซี ทีมที่ผ่านเข้ารอบนี้ได้จากการชนะ ศุลลากร ยูไนเต็ด 2-1 และ แบงค็อก ยูไนเต็ด 2-0 พบกับ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรสาคร ทีมม้ามืดที่สามารถเอาชนะ ขอนแก่น เอฟซี 2-1 และ ดวลจุดโทษชนะ อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด 1-1 (5-4 )

     เริ่มการแข่งขันในครึ่งแรก ทั้งสองทีมเริ่มเปิดศึกประชันแข้งใส่กันอย่างสนุก ช่วงต้นเกมเป็นทางฝ่ายของ เชียงใหม่ เอฟซี ที่เปิดเกมบุกขึ้นมาในแดนหลังของทีม ส.สมทุรสาคร สร้างความกดดันอย่างต่อเนื่อง แต่ทาง ส.สมุทรสาคร ก็มีเกมรุกที่ไม่น้อยหน้า ซึ่งก็มีหลายจังหวะที่ทำให้ พยัคฆ์ล้านนาได้มีเสียวสันหลัง

     แต่ก็โดนทาง เชียงใหม่ เอฟซี แก้เกมได้หลายต่อหลายครั้ง ต่อมาในนาทีที่ 6 เชียงใหม่ เอฟซี ได้โอกาสบุกขึ้นมาลุ้นก่อน ในจังหวะที่ผู้เล่นกองกลางเปิดบอลมาให้ ฤทธิเดช นามสม ที่กระชากลากมาทางปีกขวา ก่อนจะตัดเข้าเส้นเขตโทษ พร้อมซัดบอลด้วยเท้าขวา ส่งบอลเข้าไปที่เสาแรก แต่ถูกนายทวารพันท้าย อย่าง สุรไกร หะพลรัมย์ ที่พุ่งดักทางปัดบอลออกหลังไป

      น.14 แฟนบอลพันท้ายนรสิงห์ บุกขึ้นมาเกือบเบิกประตูแรกได้ เมื่อ ธนวัฒน์ ก้องเกียรติคุณ แปบอลขึ้นมาจากกลางสนามให้ ณัฐพล โพธิ์หอม แตะบอลโยนโด่งขึ้นไปในกรอบเขตโทษ เป็นทาง ศรัณย์ มณีโชติ พุ่งโหม่งบอลสะบัดจ่ายไปที่เสาแรกให้ นพรุจ กิ่งทอง เข้าซัดบอลเข้าตรงกรอบ แต่ก็ถูก ครรชิต สายบัว เซฟบอลเอาไว้ได้อย่างน่าเสียดาย
 
     น.21 พยัคฆ์ล้านนาคำรามกึกก้อง ได้เฮก่อน ในจังหวะสวนกลับ ที่ทางผู้เล่นกองกลาง แปบอลเปลี่ยนโซนมาทางปีกขวาให้ ฤทธิเดช นามสม กระชากบอลหลุดเดี่ยวเข้ามาในกรอบเขตโทษ ซัดบอลจจ่อๆ ผ่านนายด่าน ส.สมุทรสาคร บอลไหลเข้าตะข่ายอย่างสวยงาม ทำให้ เชียงใหม่ เอฟซี ออกนำ ก่อน 1-0

    ช่วงกลางเกม อยู่ในช่วงต่างฝ่ายต่างชิงความได้เปรียบ เสียเปรียบกันในแดนกลาง จนเกมไหลมาถึงในนาทีที่ 41 เป็นทาง ณัฐดนัย แสงทา ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว กระชากบอลจากแดนกลางหลุดเดี่ยวขึ้นมาทางกราบขวา ก่อนที่จะตัดเข้าเขตโทษ ดวล หนึ่งต่อหนึ่ง กับ สุรไกร หะพลรัมย์ ผู้รักษาประตู ส.สมุทรสาคร และเป็นทาง ณัฐดนัย แสงทา เข้าแปบอลไหลตรงเข้าเสาสองอย่างสวยงาม ทำให้ปิดครึ่งแรก เชียงใหม่ เอฟซี ออกนำ ส.สมุทรสาคร 2-0

    กลับเข้าสู่เกมการแข่งขันในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมกลับมาแลกแข้งใส่กัน ช่วงต้นเกมในครึ่งหลังเป็นทาง ส.สมุทรสาคร ที่เปิดเกมบุกขึ้นมาทำประตูอย่างรวดเร็ว ในนาทีที่ 47 จากการกระชากบอลของ นพรุจ กิ่งทอง ที่หลุดเดี่ยวเข้ามาซัดบอลในกรอบเขตโทษ ส่งบอลยัดเข้าเสาสองอย่างสวยงาม บอลพุ่งแรงจนนายทวาร ครรชิต สายบัว พุ่งปัดเอาไว้ไม่ทัน ทำให้ ส.สมุทรสาคร ตาม เชียงใหม่ เอฟซี 1-2

    น.51 แข้งพันท้ายนรสิงห์ ส.สมุทครสาคร ได้โอกาสลุ้นทำประตูจากจังหวะส้มหล่น ที่ นพรุจ กิ่งทอง ถูกผู้เล่น เชียงใหม่ เอฟซี เข้าสกัดบอลทำฟาวล์ ในกรอบเขตโทษ ทำให้ทาง ส.สมุทรสาคร ได้ยิงจุดโทษในนาทีนั้น โดยส่ง พงศกร สืบศักดิ์ สังหารพลาดยิงบอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

    น.71 เชียงใหม่ เอฟซี โต้กลับมาเฮ เมื่อทาง เกีตรติศักดิ์ นันทวิเชียรฤทธิ์ สวนกลับ กระชากบอลเลื้อยไหลมาทางปีกซ้าย ก่อนจะตัดสินใจลากบอลฝ่าผู้เล่นกองหลัง ตัดเข้ากรอบเขตโทษ ซัดด้วยเท้าขวา ส่งบอลพุ่ง ซึ่งทางกองหลัง ส.สมุทรสาคร พยายามเข้าสกัดบอล แต่บอลหลุดกลิ้งเข้าตาข่าย ให้ เชียงใหม่ นำเป็น 3-1 และ น.86 เกีตรติศักดิ์ นันทวิเชียรฤทธิ์ เจ้าเก่ามายิงย้ำอีกประตูให้ เชียงใหม่ เอฟซี ขยับ 4-1
เกมการแข่งขันเข้าสู่ช่วงสุดท้าย พยัคฆ์ล้านนา บุกมาได้เฮปิดท้าย 

    น.89 ในจังหวะชุลมุน ทำให้ทาง ณัฐพนธ์ บ่อแสนใจ ฉวยโอกาสซัดบอลเข้าประตูให้ เชียงใหม่ เอฟซี ชนะ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดสมุทรสาคร ด้วยสกอร์ 5-1 ส่งผลให้ เชียงใหม่ เอฟซี ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
 
     

                         สุพรรณบุรี เอฟซี 1 - บางกอกกล๊าส เอฟซี 2

    คู่ที่ต่อมา ในเวลา 14.30 น. เป็นการพบกัน ระหว่าง ''ช้างศึกยุทธหัตถี'' สุพรรณบุรี เอฟซี พบกับ ''กระต่ายแก้ว'' บางกอกกล๊าส เอฟซี เริ่มการแข่งขันในครึ่งแรก ทั้งสองฝ่ายต่างบุกใส่กัน ชิงพื้นที่ในเกมรุก เป็นทาง ''ช้างศึกยุทธหัตถี'' ที่เปิดเกมบุกมากกว่าในช่วงแรก แต่ก็ยากลำบากจากเกมรับที่สามารถแก้ทางได้อยู่ตลอดของกระต่ายแก้ว ทำให้ สุพรรณบุรี เอฟซี กว่าจะบุกในแต่ละครั้งเล่นเอาหืดแทบขึ้นคอเลยทีเดียว

    ต่อมาในนาทีที่ 11 สุพรรณบุรี เอฟซี เป็นฝ่ายที่บุกได้ก่อน และมาลุ้นในจังหวะที่ จีรวัฒน์ ฟักสุข เปิดบอลจากทางกราบซ้ายโยนเข้ามาในกรอบเขตโทษ สราวุฒิ สายเหวียง โหม่งบอลไปทางเสาสอง โดยทาง กิตติพต แดงอรุณ เข้ามาเสริม แต่เตะบอลไม่เต็มใบ หลุดออกข้างประตูไปอย่างน่าเสียดาย

    น.28 สุพรรณบุรี เอฟซี บุกต่อเนื่อง มาลุ้นต่อ เมื่อ วุฒิกร สีแดง กระชากบอลมาทางกราบซ้าย ก่อนที่จะจ่ายบอลตามช่องเข้ามาในกรอบเขตโทษ ให้ กิตติพต แดงอรุณ กระชากบอลเข้าซัดด้วยซ้าย ส่งบอลเข้าไปที่เสาแรก แต่ถูกทาง เกียรติพล อุดม เข้ามาเซฟเอาไว้ได้  น.43 กระต่ายแก้วเริงร่า เฮดีใจได้ประตูขึ้นนำก่อนเมื่อ นาเครินทร์ ผสมศรี พาบอลหลุดเข้ามาซัดจ่อในกรอบเขตโทษ ส่งผลให้ บางกอกกล๊าส เอฟซี ขึ้นนำ 1-0
และในช่วงท้ายเกมก่อนมีการทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที กระต่ายแก้วได้เฮต่อ ในจังหวะที่ ผู้เล่นกองหลังโยนบอลเปลี่ยนแกนมาทางปีกซ้ายของสนามให้ ธนดล ศุภผล กระชากบอลเข้ามาซัดด้วยขวา แสกหน้าผู้รักษาประตูช้างศึกยุทธหัตถี เข้าเสียบมุมสามเหลี่ยมเสาสองอย่างสวยงาม ทำให้จบการแข่งขันในครึ่งแรก บางกอกกล๊าส นำสุพรรณบุรี เอฟซี ก่อน 2-0

     กลับเข้าสู่เกมในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมกลับมาเปิดเกมใส่กันอีกครั้ง เป็นทาง บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ยังครองเกมบุกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางเกมรับของ สุพรรณบุรี เอฟซี ก็ถือว่ามีความแน่นหนาพอสมควร ทำให้เกมการแข่งขันดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 เป็นทางสุพรรณบุรี เอฟซี ที่พลาดท่า จากการทำฟาวล์ของ เจตศฏายุทธ พรมดี ที่สกัด พงศ์รวิช จันทวงษ์ แข้งกระต่ายแก้ว หน้ากรอบเขตโทษ ทำให้โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม สุพรรณบุรี เอฟซี เหลือผู้เล่น 10 คน เป็นทางบางกอกกล๊าส เอฟซี ให้ พงศ์รวิช จันทวงษ์ ยิงฟรีคิกชนกำแพง ทำให้บอลกระดอนไปทางฝั่งขวา และได้ ธนดล ศุภผล ซัดด้วยเท้าขวาส่งบอลพุ่งชนเสาเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย

    น.81 สุพรรณบุรี เอฟซี โต้กลับขึ้นมา จนเกือบได้ประตูตีไข่แตก ในจังหวะชุลมุนหน้าประตูกระต่ายแก้ว จนบอลไปเข้าเท้า กิตติศักดิ์ บรรจง ที่ได้บอลตรงเสาสอง แปบอลเรียบไปที่เสาแรก กิตติพต แสงอรุณ เข้ามาสไลด์บอลจ่อๆ แต่ดันไถลออกข้างเสาไปนิดเดียว

    ท้ายเกมก่อนการทดเวลาบาดเจ็บ 4 นาที ทางด้าน สุพรรณบุรี เอฟซี พยายามเพิ่มเกมบุกขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนมาได้ประตูตีไข่แตกจากการยิงของ กิตติพต แดงอรุณ แต่ก็ไล่ตามไม่ทันจึงทำให้ บางกอกกล๊าส เอฟซี สามารถเอาชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี 2-1 ส่งผลให้ บางกอกล๊าส เอฟซี ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ พบกับ เชียงใหม่ เอฟซี

     สำหรับการแข่งขันฟุตบอล ''ไทยแลนด์ยูธลีก'' ฤดูกาล 2017-2018 วันที่ 1 มี.ค.ทำการฟาดแข้งรอบรองชนะเลิศ รุ่นอายุ 13 ปี ที่สนามมหาวิทยาลัยธนบุรี และรุ่นอายุ 19 ปี ที่สนามซ้อมเอสซีจี เมืองทอง และสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม เริ่มทั้ง 2 รุ่นตั้งแต่เวลา 13.00น. เป็นต้นไป ส่วนรอบชิงชนะเลิศ รุ่นอายุ 15 ปี และรุ่นอายุ 17 ปี รอบชิงชนะเลิศ, ชิงอันดับ 3 จะทำฟาดแข้งวันที่ 2 มี.ค. นี้ ณ สนามกกท. และสนามราชมังคลากีฬาสถาน


 

 

Siamsport  
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]