• U19
  • 3 มีนาคม 2561 21:07

เจ้าสัวน้อยควงกิเลนลิ่วตัดเชือกยู-19,อัสสัมชัญดับบุรีรัมย์รุ่น15 ปียูธลีก

รุ่น 19 ปี เอสซีจี เมืองทอง หืดจับเฉือนสมุทรสาคร เอฟซี 1-0 เข้าไปตัดเชือก อยุธยา ยูไนเต็ด ที่แม่นโทษดับสมาคมกีฬาแห่ง จ.กาฬสินธุ์ 4-2 ด้านอัสสัมชัญ ยูไนเต็ด แม่นโทษดับนครสวรรค์ เอฟซี สุดมันส์ 7-5 รอพบชลบุรี เอฟซี ที่ดวลโทษชนะซุปเปอร์ พาวเวอร์ 10-8, รุ่น 13

การแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ ''ไทยแลนด์ ยูธลีก'' ฤดูกาล 2017-2018 ประจำวันอังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นการฟาดแข้งรอบ 8 ทีมสุดท้าย 2 รุ่น ที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม, สนามซ้อมเอสซีจี เมืองทอง รุ่นอายุ 19 ปี และที่สนามมหาวิทยาลัยธนบุรี รุ่นอายุ 13 ปี โดยมีผลดังนี้
 

 อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด 3  - นครสวรรค์ เอฟซี 3 (อัสสัมชัญชนะจุดโทษ 7-5)

ที่สนามซ้อมเอสซีจี เมืองทอง 1 เวลา 14.30 น. เป็นการแข่งขันรุ่นอายุ 19 ปี รอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่าง ''กิเลนเจ้าสัว'' อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด พบ ''สิงโตแดง'' นครสวรรค์ เอฟซี เริ่มครึ่งแรก น.1 อัสสัมชัญหวิดได้ประตูนำเร็วเมื่อ มารุต บุตรรักษ์ ได้ยิงระยะจ่อๆ ส่งบอลติดปลายมือนายด่านนครสวรรค์ปัดออกหลัง

    น.8 ''กิเลนเจ้าสัว'' มาได้ประตูนำ 1-0 จากจังหวะที่ กิตติพงษ์ แสนสนิท เปิดบอลจากกราบซ้ายมาหน้าประตู โชอนันต์ สายมาอินทร์ วิ่งมาแประยะเผาขนส่งบอลสวนตัวผู้รักษาประตูเข้าไปตุงตาข่าย น.14 นครสวรรค์หวิดตีเสมอ จังหวะเปิดยาวจากกราบซ้าย จิรวัฒน์ จันทพงษ์ ได้โหม่งเหน่งๆ ทว่าบอลตรงตัว นนทัช ชุมจินดา

    น.21 อัสสัมชัญลุยขึ้นมาอีกหน ธนากร แก้วดวงดี ได้บอลกราบขวาก่อนเปิดให้ กิตติพงษ์ แสสนิท พยายามเข้าชาร์จทว่าบอลเข้ามือ เอกพงษ์ อุทาสร นายด่านนครสวรรค์ น.29 อัสสัมชัญน่าจะได้ประตูที่ 2  มารุต บุตรรักษ์ ส่องด้วยซ้ายในเขตโทษ เอกพงษ์ อุทาสร นายด่านนครสวรรค์พุ่งปัดทิ้งออกมา

    น.34 นครสวรรค์ตามตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ ศรัณย์ พิมพ์โคตร ลากบอลสุดเส้นฝั่งขวาก่อนปาดไปเสาสองเป็น สุริยะ ผ่องผึ้ง ยิงจ่อๆ เข้าไปตุงตาข่าย น.38 อัสสัมชัญตอบโต้บ้าง อภิสิทธิ์ มีพันธ์ ลองยิงไกลระยะ 40 หลา ทว่าบอลเหินข้ามคาน น.40 อัสสัมชัญน่าจะได้ประตูที่ 2  ชัยพล ทรัพย์มี ได้ยิงระยะจ่อๆ ส่งบอลชนคานเด้งออกหลังจบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1

    กลับมาครึ่งหลัง ทั้งสองทีมเล่นได้สูสี น.59 นครสวรรค์มาทำประตูพลิกนำ 2-1 จากการแประยะเผาขนของ จิรวัฒน์ จันทพงษ์ น.62 อัสสัมชัญที่ตกเป็นฝ่ายตามหลัง ทำเกมรุกเข้าใส่ และมาได้ประตูตีเสมอ 2-2 จากจังหวะที่ ชนนนท์ วิเศษบำรุงเจริญ ไหลทะลุช่องให้ อรรถพล ชัยโคตร หลุดเข้าไปยิงส่งบอลตุงตาข่ายไม่เหลือ

    น.72 อัสสัมชัญหวิดได้ประตูที่ 3 มารุต บุตรรักษ์ โยนฟรีคิกทางกราบซ้ายข้ามกำแพงผู้เล่นนครสวรรค์ บอลเลยมาถึง จักรกฤษณ์ เสนแก้ว กระดกบอลแรงออกหลัง น.88 ท้ายเกม จักรกฤษณ์ เสนแก้ว ส่งบอลเข้าประตูแต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นจังหวะฟาวล์ไปก่อน น.90 ''กิเลนเจ้าสัว'' มาได้ประตูพลิกนำ 3-2 จักรกฤษณ์ เสนแก้ว หลุดไปยิงมุมแคบที่เสาสองส่งบอลตุงตาข่ายเข้าไป

    น.90+1 นครสวรรค์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อ อานนท์ ทวานนท์ ปั่นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษด้วยขวาส่งบอลเช็ดคานเข้าประตูไปแบบสวยงาม จบการแข่งขัน อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด เสมอ นครสวรรค์ เอฟซี 3-3 ทำให้ต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการดวลจุดโทษปรากฏว่าเป็น อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด แม่นกว่าเอาชนะไป 4-2 สกอร์รวม 7-5 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ
 
     

                              ชลบุรี เอฟซี 3  - ซุปเปอร์ พาเวอร์ 3 (ชลบุรีชนะจุดโทษ 10-8)

    ที่สนามซ้อมเอสซี เมืองทอง 2 เวลา 14.30 น. เป็นศึกฟุตบอล ''ไทยแลนด์ ยูธลีก'' รุ่นอายุ 19 ปี รอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่าง ''ฉลามชล'' ชลบุรี เอฟซี ทีมตัวแทนจากภาคตะวันออก พบ ''เดอะ พาวเวอร์'' ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ 
 
    เริ่มครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างฝ่ายต่างบุกใส่กันตั้งแต่เริ่มเกม แต่เป็นทางฝั่งชลบุรี มีโอกาสจบได้จะแจ้งมากกว่า เน้นเล่นบอลกับพื้นทำชิงกันเพื่อหาช่องทางการเข้าทำ ส่วนฝั่งซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ ใช้เกมกดดันสูงเข้าสู้หวังเอาบอลมาครองให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งกดดันตั้งแต่หน้าประตูของฝั่งทีมชลบุรี เอฟซี

    น.5 ทัพฉลามชลได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ ณัฐวุฒิ ชูติวัตร ปีกซ้ายของฉลามชลเลี้ยงตัดมาจากทางปีกซ้ายเข้ามาตรงกลาง และจ่ายบอลไปให้ ธนะสิทธิ์ วิรุฬห์ชุติกรณ์ กองกลางของทีมชลบุรี พลิกบอลเข้าทางเท้าขวา ปั่นบอลหวังจะให้บอลเบียดเสาเข้าไปแต่บอลน้ำหนักเบาทำให้ จักรทิพย์ ไชยโกฏิ นายทวารของซุปเปอร์ พาวเวอร์ รับเข้าซองไว้ได้

    น.11 ชลบุรีโดนจุดโทษจากการตั้งเตะของสมุทรปราการ และเด้งไปโดนมือของกองหลังของชลบุรี เป็น พิทักษ์ ภาภิรมย์ กองหน้าของซุปเปอร์ พาวเวอร์ เป็นคนสังหารจุดโทษด้วยเท้าขวาแปบอลไปทางขวาของตัวเอง พุ่งไปถูกทางแต่ปัดลูกยิงไม่ทัน ทำให้สมุทรปราการนำไวไปก่อน 1-0

    น.20 กองเชียร์ของฉลามชลได้เฮบ้างจากการทำชิงกัน เริ่มต้นจังหวะแรกจาก สิทธิโชค ภาโส ส่งให้ สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ พักบอลก่อนหนึ่งจังหวะก่อนจิ้มบอลคืนให้ สิทธิโชค ภาโส คนเดิม จับบอลหนึ่งจังหวะ จิ้มบอลด้วยเท้าขวาสวนตัวของ จักรทิพย์ ไชยโกฏิ นายด่านของ ซุปเปอร์ พาวเวอร์ เข้าไป ทำให้ชลบุรี เอฟซี ตามตีเสมอเป็น 1-1

    น.30 กองเชียร์ของฉลามชลได้เฮก่อนบ้าง จากจังหวะทำชิงกันหน้ากรอบเขตโทษของทัพฉลามชล เริ่มจาก สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ จ่ายบอลไปให้ ณัฐวุฒิ ชูติวัตร และดึงตัวของนักเตะของซุปเปอร์ พาวเวอร์ มาหมด ทำให้ สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ ยืนอยู่คนเดียวได้บอล และแปบอลกับพื้นไปที่เสาสอง ลอดแขนของ จักรทิพย์ ไชยโกฏิ เข้าไป ทำให้ชลบุรี เอฟซีขึ้นนำ เป็น 2-1

    น.40 ก่อนหมดครึ่งแรกสมุทรปราการ ตามตีเสมอได้สำเร็จจากการเปิดบอลจากกลางสนาม ข้ามหัวกองหลังของทัพฉลามชล บอลล้นไปถึง พิทักษ์ ภาภิรมย์ ยิงด้วยขวาไปที่เสาสอง สวนตัวของ พงษ์ปภัส ทาบุดา นายทวารของทัพฉลามชล ทำให้ซุปเปอร์ พาวเวอร์ ตามตีเสมอท้ายครึ่งแรกได้สำเร็จเป็น 2-2

    กลับมาครึ่งหลัง น.52 เปิดครึ่งหลังมาไม่นานเป็นฉลามชลได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ กฤษดา กาแมน กองหลังของชลบุรี จ่ายบอลจากกลางสนามเรียบๆ ไปให้ สิทธิโชค ภาโส ที่ยืนอยู่นอกกรอบเขตโทษ ก่อนจะกลับตัวแล้วปั่นด้วยเท้าขวาไปที่เสาสอง แต่บอลโค้งไม่มากพอ ทำให้บอลหลุดออกหลัง พลาดโอกาสในการขึ้นนำเร็วไป

    น.66 ฉลามชลได้ลุ้นขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ อาทิตย์ การสังเวชน์ จ่ายบอลสั้นหน้ากรอบเขตโทษของซุปเปอร์ พาวเวอร์ ให้กับ ชัยวัฒน์ วีระกิจพาณิช กลับตัวก่อนซัดบอลด้วยเท้าขวาเต็มข้อ บอลพุ่งไปที่เสาแรก แต่หลุดกรอบออกไป พลาดโอกาสขึ้นนำอีกครั้ง

    น.69 ความพยายามของชลบุรี เอฟซี ก็เป็นผลจากการจ่ายบอลของ สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ กัปตันทีมทะลุแนวกับดักล้ำหน้าของซุปเปอร์ พาวเวอร์ ไปถึง ณัฐวุฒิ ชูติวัตร ที่หลุดกับดักล้ำหน้าไปได้ยิงตามน้ำด้วยเท้าซ้ายไปที่เสาสอง ทำให้ทัพชลบุรี เอฟซี ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 3-2

    น.83 เกิดการปะทะกันระหว่าง ภูมินทร์ มงคลมะไฟ ของซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ และ รชต หมอรักษา ของชลบุรี เอฟซี ทำให้ทั้งคู่โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปทำให้ทั้งสองทีมเหลือฝั่งละ 10 คน

    น.89 ดราม่าท้ายเกมสำหรับฝั่งของซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ ได้ฟรีคิกบริเวณทางฝั่งปีกซ้าย และเป็น สิริมงคล ตัวเจริญนุรักษ์ เปิดฟรีคิกไปที่กลางประตู แต่ไม่มีนักเตะคนไหนขึ้นถึง ทำให้บอลล้น เข้าประตูไป ทำให้สมุทรปราการตามตีเสมอได้สำเร็จเป็น 3-3 จบการแข่งขันด้วยผลเสมอด้วยสกอร์ 3-3 ต้องไปยิงจุดโทษกันต่อ เป็นฝั่งชลบุรี เอฟซี ที่คมกว่าดวลจุดโทษเอาชนะไปด้วยสกอร์ 7-5 ผลสกอร์รวม 10-8
 
                              อยุธยา ยูไนเต็ด 0  -  สมาคมกีฬาแห่งจ.กาฬสินธุ์ 0 (อยุธยาชนะจุดโทษ 4-2)

    ที่สนามซ้อมเอสซีจี เมืองทอง 3 เป็นเกมระหว่าง ''นักรบอโยธยา''อยุธยา ยูไนเต็ด ที่ส่งนักเตะจากร.ร.สารวิทยา รวมกับแข้งท้องถิ่นลงสนาม พบ สมาคมกีฬาแห่งจ.กาฬสินธุ์ เริ่มเกมการแข่งขันครึ่งแรกท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดทั้งสองทีมเล่นได้สูสี น.15 อยุธยาเล่นจังหวะสวนกลับ ศรัณญ์ วงษ์ปราชญ์ แทงทะลุช่องให้ วัฒนา กล่อมจิต หลุดไปยิงเสาแรกทว่าบอลหลุดกรอบออกไป
จากนั้น น.35 สมาคมกีฬาแห่ง จ.กาฬสินธุ์ มีโอกาสตอบโต้จากการยิงไกลของ อภิสิทธิ์ เผื่อนงูเหลี่ยม ทว่าบอลหลุดกรอบออกไป จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังเล่นได้สูสีจังหวะสุดท้ายไม่เฉียบคมพอ จบการแข่งขัน อยุธยา ยูไนเต็ด เสมอ สมาคมกีฬาแห่งจ.กาฬสินธุ์ ไปแบบไร้สกอร์ 0-0 ทำให้ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษปรากฏว่าเป็นอยุธยา ยูไนเต็ด แม่นกว่าเอาชนะสมาคมกีฬาแห่ง จ.กาฬสินธุ์ 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่อไป
 

 เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 1 -  สมุทรสาคร เอฟซี 0

    ที่สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม เวลา 16.30 น. เป็นการพบกันระหว่าง ''กิเลนผยอง'' เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ ''สำเภาผยอง'' สมุทรสาคร เอฟซี เริ่มเกมการแข่งขันท่ามกลางสภาพอากาศที่มีฝนตกโปรยปรายลงมาเล็กน้อย แต่จังหวะได้ลุ้นมีให้เห็นไม่มากนัก เกมผ่านไปถึง น.25 เจ้าบ้านเอสซีจี เมืองทอง ได้ลุ้นก่อนจากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษของ วัฒนากร สวัสดิ์ละคร ทว่าบอลเหินข้ามคานออกไป

    จากนั้น น.35 ท้ายเกม ''กิเลนผยอง'' มาได้ลุ้นจากจังหวะทำชิ่งในแนวรุก ซัลดี้ วงษ์เดอรี หลุดไปยิงที่เสาแรกบอลติดบล็อกกองหลังสมุทรสาครเตะทิ้งออกมา ท้ายเกมเจ้าบ้านเอสซีจี เมืองทอง พยายามทำเกมรุกทว่าจังหวะจบสกอร์ไม่เฉียบคมพอ จบครึ่งแรก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสมอ สมุทรสาคร เอฟซี 0-0

    กลับมาครึ่งหลัง เป็นเอสซีจี เมือทอง ขึงเกมรุกเอาไว้ได้ทั้งหมด ส่วนสมุทรสาครไม่มีโอกาสลุ้นประตูมากนัก เกมผ่านมาถึง น.68 เอสซีจี เมืองทอง ได้ลุ้นใกล้เคียงได้ประตูนำ จากจังหวะที่ ซัลดี้ วงษ์เดอรี ลุยไปในเขตโทษฝั่งขวาก่อนไหลมาให้ ''ฟร็องต์'' ปรเมศร์ อาจวิไล ลองสับไกลยิงด้วยขวาส่งบอลตรงตัวนายด่านสมุทรสาครรับไว้ได้

    น.73 แฟน ''กิเลนผยอง'' ได้เฮกันลั่น จากจังหวะที่ สกุลชัย แสงโทโพธิ์ ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาลากบอลไปสุดเส้นด้านขวาก่อนยิงด้วยซ้ายส่งบอลเสียบเสาเข้าไปแบบสวยงามให้เอสซีจี เมืองทอง นำ 1-0 ท้ายเกมทั้งสองทีมพยายามทำเกมรุกเพื่อทำประตู น.88 เอสซีจี เมืองทอง ได้ลุ้นประตูที่ 3 วัฒนากร สวัสดิ์ละคร เปิดบอลจากกราบซ้ายกองหลังสมุทรสาครเคลียร์ทิ้งออกมา จบเกม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชนะ สมุทรสาคร เอฟซี 1-0 เข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

     

           หนองบัวพิชญ เอฟซี 0 - สุพรรณบุรี เอฟซี 1

    ที่สนามมหาวิทยาลัยธนบุรี เป็นการแข่งขันรุ่นอายุ 13 ปี รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่ที่หนึ่ง ในเวลา 09.00 น. ''พญาไก่ชนน้อย'' หนองบัวพิชญ เอฟซี พบกับ ''ช้างศึกยุทธหัตถี'' สุพรรณบุรี เอฟซี เริ่มเกมการแข่งขันในครึ่งแรก ทั้งสองทีมเปิดเกมรุกเข้าหากัน

    เกมผ่านไป 15 นาที ยังไม่มีทีมไหนที่จะได้โอกาสแบบจะแจ้งที่จะเข้าไปลุ้นประตูในพื้นที่สุดท้ายยังไม่มีความเฉียบขาดก่อนจะหมดครึ่งเวลาแรก ในนาทีที่ 34 มาเป็นทาง สุพรรรณบุรี ได้ลุยขึ้นมาต่อบอลกันอยู่ในแดนของหนองบัวฯ ก่อนบอลจะไปถึง ณัฐพล สังข์ทอง ซัดบอลเข้าไปตุงตาข่าย ขึ้นนำ 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยการนำของทาง สุพรรณบุรี เอฟซี
 
    เปิดฉากครึ่งเวลาหลัง ทางหนองบัวฯ เปิดเกมบุกเข้าใส่ทาง สุพรรณบุรีมากขึ้นแต่ในจังหวะสุดท้ายในหลายๆ จังหวะก็ยังทำไม่ดีพอ ส่วนทางสุพรรณบุรีก็ใช้เกมรับที่เหนียวแน่นต้านทานลูกยิงของทางหนองบัวฯ ไว้ได้จึงเป็นทางสุพรรณบุรี เอฟซี ผ่านข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป

   

               สมุทรสงคราม เอฟซี 1 -  แบงค็อก ยูไนเต็ด 1 (แบงค็อกชนะจุดโทษ 3-2)

    คู่ที่สอง ในเวลา 11.00 น. ''ปลาทูคะนอง'' สมุทรสงคราม เอฟซี พบกับ ''แข้งเทพจูเนียร์'' แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นเกมที่ต้องเล่นกันด้วยพื้นสนามที่มีน้ำขัง ซึ่เป็นเกมที่เล่นกันได้ยากจึงต้องใช้ลูกโยนยาวเข้าหากันเริ่มเกมทั้งสองทีมยังคงเล่นในเกมของตัวเองไม่ได้เนื่องจากมีน้ำขังเลยต้องอาสัยลูกกลางอากาศเป็นส่วนใหญ่เกมดำเนินผ่านไปถึง
 
    นาทีที่ 7 สมุทรสงคราม เอฟซี ต่อบอลลุยเข้ามาทางฝั่งของแบงค็อก ก่อนบอลจะไปถึง สุริยะ ทิพย์โสตร ซัดเข้าไปไม่เหลือ พาทางฝั่ง ''ปลาทูคะนอง'' ขึ้นนำไปก่อน 1-0 หลังจากที่ถูกนำแบงค็อกก็พยายามบุกอย่างหนักหวังเอาประตูตีเสมอให้ได้ ก่อนจบครึ่งเวลาแรกแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ จึงเป็นทางสมุทรสงคราม เอฟซี ออกนำแบงค็อก ยูไนเต็ด ไปก่อน 1-0

     เปิดฉากครึ่งเวลาหลังมาทางแบงค็อกแก้เกมมาเป็นอย่างดีเปิดเกมรุกเข้าใส่สมุทรสงครามอย่างหนักก่อนจะมาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 40 จากการยิงสุดสวยของ ภูมชนก แกมกล้า ตีเสมอได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้นเกมของครึ่งเวลาหลัง
 
    หลังจากที่สกอร์กลับมาเสมอกันทั้งสองฝ่ายพยายามเปิดหน้าเข้าหากัน แต่ก็ยังไม่มีทีมไหนที่จบสกอร์ได้เด็ดขาดทำให้จบลงด้วยการเสมอกันที่ 1-1 ต้องตัดสินด้วยการยิงลูกโทษที่จุดโทษ และก็เป็นทางแบงค็อก ยูไนเต็ด แม่นโทษเอาชนะสมุทรสงคราม เอฟซี ด้วยสกอร์ 2-3 ทำให้ ''แข้งเทพจูเนียร์'' แบงค็อก ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป
  

อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด 3 - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1
 

คู่ที่สาม ในเวลา 13.00 น. ''กิเลนเจ้าสัว'' อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด พบ ''ลูกเจี๊ยบสายฟ้า'' บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เริ่มเกมมาอัสสัมชัญเปิดเกมบุกเข้าใส่ทางฝั่งบุรีรัมย์ก่อนและมาได้ได้ลูกฟรีคิกนาทีที่ 6 เป็น อนันตพงษ์ สันธานันท์ กระโดขึ้นโขกเน้นๆ บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว
 

ถัดมาอีก 2 นาที บุรีรัมย์ได้ลูกเตะมุมแล้วเปิดเข้ามาตรงกลางประตู  เป็น ธนธรณ์ ประชานอก ขึ้นโหม่งเปลี่ยนทางบอลเข้าไปตุงตาข่ายขึ้นนำ 1-0 ช่วงท้ายเกมก่อนหมดครึ่งเวลาแรกอัสสัมชัญมาได้ประตูตีเสมอ ในนาที 32 จากการยิงของ คตนะ คำยก สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 แล้วจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้

 เปิดฉากครึ่งหลังมาแค่ 2 นาที อัสสัมชัญลุยขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวา เปิดเข้าไปตรงกลางประตูให้ โอลุวะเฟมี อนพัช โยเซฟ อาเซ ขึ้นโหม่งคนเดียวเบียดเสาเข้าไปอย่างสวยงามพลิกกลับมานำ 2-1
 

หลังจากที่ทางบุรีรัมย์ถูกนำก็พยายามบุกเข้าใส่อัสสัมชัญหลายต่อหลายจังหวะที่มีโอกาสจะได้ประตูตีเสมอแต่ก็ยังไม่เฉียบคมในจังหวะสุดท้ายก่อนที่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้ายอัสสัมชัญจะลุยขึ้นมาแล้วมาทำประตูปิดท้ายในเกมนี้จาก ธนวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ เป็น 3-1 และพา ''กิเลนเจ้าสัว'' เข้ารอบรองชนะเลิศ 

 

พัทยา ยูไนเต็ด 0 - สมาคมกีฬาจังหวัด ภูเก็ต 0 (พัทยาชนะจุดโทษ 4-3)
 
    คู่ที่สี่ ในเวลา 15.00 น. เป็นเกมระหว่าง ''โลมาน้ำเงิน'' พัทยา ยูไนเต็ด พบ สมาคมกีฬาจังหวัดภูเก็ต ในเกมนี้เป็นทางพัทยาที่เน้นเกมบุก  แต่ทางฝั่งภูเก็ตจะเน้นตั้งรับแล้วรอสวนกลับจึงทำให้เกมออกมาในรูปแบบที่สูสีกัน  เริ่มเกมครึ่งเวลาแรกพัทยาเปิดเกมบุกเข้าใส่ทางภูเก็ตอยู่ฝ่ายเดียวแต่ทางภูเก็ตยังคงมีเกมรับที่เหนียวแน่แต่ก็ไม่มีจังหวะได้ยิงกันทั้ง 2 ทีม  น.25 พัทยาได้ฟรีคิกเป็น ชนภัช บัวพันธ์ วิ่งมาปั่นด้วยขวาบอลออกหลังไปไกลถือว่าเป็นโอกาสลุ้นประตูที่ดีที่สุดของ ''โลมาน้อย'' หลังจากนั้นทั้งสองทีมไม่มีจังหวะจบสกอร์เลยแม้แต่ครั้งเดียวจบครึ่งแรก เสมอกันไป 0-0
 
    น.45 ภูเก็ตได้ลุยขึ้นมา ศิรวิทย์ คงสมบุญ กระชากเข้าไปในกรอบเขตโทษคนเดียวตัดสินใจยิงด้วยซ้ายบอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดายเป็นโอกาสใกล้เคียงที่จะได้ประตูของภูเก็ตเลยก็ว่าได้ในเกมนี้  
ในช่วง 20 นาทีสุดท้ายพัทยาบุกเข้าใส่ภูเก็ตอย่างหนักแต่ก็ยังไม่สามารถเจาะไปในพื้นที่สุดท้ายของภูเก็ตได้เพราะภูเก็ตมีเกมรับที่เหนียวแน่นแต่ในนาทีที่ 59 พัทยาเกือบขึ้นนำ ณัฐชนน ศรีแจ้ง ลองยิงไกลระยะ 25 หลา บอลพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย 

    หลังจากนั้นพัทยาก็โหมบุกอย่างหนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้จึงต้องตัดสินด้วยการยิงลูกโทษที่จุดโทษในช่วงการยิงลูกโทษเป็นทางพัทยา ยูไนเต็ด ชนะ สมาคมกีฬาจังหวัดภูเก็ต ไปด้วยสกอร์ 4-3 ทำให้พัทยา ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ไปพบกับ อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด

    สำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ ''ไทยแลนด์ ยูธ ลีก'' ฤดูกาล 2017-2018 รอบรองชนะเลิศทำการฟาดแข้งวันที่ 28 ก.พ. รุ่นอายุ 13 ปี วันที่ 1 มี.ค. ที่สนาม ม.ธนบุรี สุพรรณบุรี เอฟซี พบ แบงค็อก ยูไนเต็ด 13.00 น., พัทยา ยูไนต็ด พบ อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด 16.00 น.

    ส่วนรุ่นอายุ 15 ปี วันที่ 28 ก.พ. ที่สนามมหาวิทยาลัยธนบุรี ชลบุรี เอฟซี พบ สมาคมกีฬา จ.กาฬสินธุ์ 09.30 น. อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด พบ พัทยา ยูไนเต็ด 16.00 น. ขณะที่รุ่นอายุ 17 ปี วันที่ 28 ก.พ. ที่สนามสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เชียงใหม่ เอฟซี พบ สมาคมกีฬา จ.สมุทรสาคร 13.30 น. บางกอกกล๊าส เอฟซี พบ สุพรรณบุรี เอฟซี เวลา 16.30 น.

    ปิดท้ายที่รุ่นอายุ 19 ปี วันที่ 1 มี.ค. เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ อยุธยา ยูไนเต็ด 13.00 น. ที่สนามซ้อมเอสซีจี เมืองทอง (1) และ อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด พบ ชลบุรี เอฟซี 13.00 น.  ส่วนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ''โร้ด ทู ราชมังคลา'' หรือรอบชิงชนะเลิศจะทำการฟาดแข้งวันที่ 2-3 มี.ค. นี้ ที่สนาม กกท. และ ราชมังคลากีฬาสถาน