• U19
  • 3 เมษายน 2562 04:30

Born to be EP.2

#กว่าจะเป็นศิวกรณ์

"ก่อนผมจะมาดูเฟยในเรื่องฟุตบอล ตัวผมเองต้องพัฒนาตัวเองให้เยอะขึ้น อ่านหนังสือฟุตบอลมากขึ้น หาเทปเก่าๆ มาดู พอมียูธูปก็หาง่ายขึ้น ดูบอลยุโรปเขาเล่นกันยังไง คอมเมนท์โค้ชอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ หลังเกมเขาสัมภาษณ์เน้นแก้ไขในเรื่องอะไร เพราะบอลยุโรปเขาเป็นลีกที่แกร่งกว่าเรา บอลไทยยังห่างกับบอลยุโรปเรื่องการเคลื่อนที่ ความเข้าใจในเกม ยังขาดเรื่องการเล่นเป็นทีม ถ้าเล่นตัวๆ เด็กไทยสู้ได้ทุกคน แต่บอลมันเล่นเป็นทีม เราจะเอาบอลอยู่กับตัวนานไป ขาดการเคลื่อนที่ เราก็ศึกษาตรงนี้" มานู เตียตระกูล พ่อของ ศิวกรณ์ เตียตระกูลสตาร์เชียงราย ยูไนเต็ด คนปัจจุบัน

 จากความชอบส่วนตัวที่ฝังรากมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆพ่อมานู ที่ยุคหนึ่งเคยรวมตัวกับเพื่อนๆ คว้าแชมป์เยาวชน 19 ปีจังหวัดสระบุรี เริ่มต้นเล่าถึงความชอบที่มีต่อฟุตบอลให้เราฟัง "สมัยก่อนผมชอบเล่นฟุตบอลกับเพื่อนตั้งแต่เด็ก หลังๆ มาตั้งทีมกัน ซื้อเสื้อกันเอง ซ้อมกันเอง จังหวะไปได้แชมป์เยาวชน 19 ปีจังหวัด สระบุรี เลยได้รวมตัวกันไปเล่นให้จังหวัด แต่สมัยก่อนมันไม่ค่อยมีทัวร์นาเมนต์ให้เล่น มันก็มีบอลจังหวัดปีนึงเล่นทีนึง แล้วเย็นๆ เราก็มาเตะบอลที่โรงเรียนแก่งคอย เล่นกันสนุกๆ พอถึงทัวร์นาเมนต์แข่งก็มารวมตัวทีนึง ซึ่งตอนนั้นช่วยที่บ้านทำงานไปด้วยไม่ได้จริงจังเหมือนบอลสมัยนี้"

 จากความชอบส่วนตัวถ่ายทอดสู่ลูกชาย "ตอนมีลูกเราไม่ได้โฟกัสว่าเขาต้องเป็นนักฟุตบอล ขอแค่ให้เขาเล่นกีฬาแล้วมีความสุข เจตนาให้เขาเล่นกีฬาเพื่อร่างกายแข็งแรง และเป็นทางเลือกในการเข้ามหาลัยฯ ในวันข้างหน้า เด็กๆ เฟย ก็เหมือนเด็กทั่วไปมีป่วยบ้าง เลยอยากให้มาเล่นกีฬา ให้เขามีกิจกรรมทำ ตอนแรกพาไปเล่นกอล์ฟก่อน สมัยนั้นพาลูกๆ ไปเล่นกีฬาทุกอย่าง ตอนให้ไปลองตีกอล์ฟเฟยก็ตีได้ดี จับไม้ครั้งแรกตีได้เลย ผมก็จะพาเขาไปเรียนกับโปรกอล์ฟ ช่วงนั้นโปรโทนี่ดัง เขาจะสอนทฤษฎีตีให้ถูก แต่เฟยไม่ยอมไป แล้วช่วงนั้นในหมู่บ้านมันมีกลุ่มเพื่อนส่วนใหญ่เล่นบอลกัน เฟยอยากจะเล่นฟุตบอล  ผมเลยพาไปหาอคาเดมี่ที่ฝึกทักษะจริงจัง เลยได้มาเรียน โคเวอร์ โค้ชชิ่ง กับเมืองทอง"

 พ่อมานูเล่าต่อ "เรียนได้ซักพักพาไปคัดที่ กรุงเทพคริสเตียน แล้วติดเลยได้เล่นบอลโรงเรียนด้วย ช่วงนั้นบอลโรงเรียนเป็นอะไรที่เน้นผลแข่งขันมากๆ ผมเลยให้เขาไปเล่นบ้าง แต่ช่วงไหนไม่ได้เล่นก็มาฝึก โคเวอร์ โค้ชชิ่ง เพื่อฝึกทักษะเยอะๆ เพราะบอลเน้นผลแข่งขันมากๆ ผมมองแล้วมันฝึกใช้กำลังเยอะเกินไป ผมเลยเอาเขาไปฝึกทักษะที่โคเวอร์ โคชชิ่งเป็นหลัก ได้ฝึกกับอาจารย์ที่เน้นเรื่องทักษะ เทคนิค ฝึกความสามารถเฉพาะตัว แล้วก็ไปฝึกกับอาจารย์เจริญ ที่มหาลัยเกษตร เป็นการฝึกเรื่องกล้ามเนื้อการยืดเหยียดเกี่ยวกับฟุตบอล เพราะเป็นช่วงที่วิทยาศาสตร์การกีฬา เข้ามามีผลกับการพัฒนานักฟุตบอล ตอนนั้นเฟย 15 ปีได้"

 เรียน โคเวอร์ โค้ชชิ่ง มาระยะหนึ่ง เริ่มเล่นเป็นทีม เล่นแบบตัวต่อตัว ฝึกทักษะไปด้วย จุดเปลี่ยนการเป็นนักบอลอาชีพก็มาถึง "เขาอยู่โค้ชชิ่ง ซึ่งตอนนั้นโค้ชที่สอนก็เป็นโค้ชเยาวชนของ เอสซีจี เมืองทอง เลยดึงเฟยมาเล่นเยาวชนเมืองทองด้วย จริงๆตอนนั้นก็หวังแค่ให้เขามีความสุขกับการเล่นกีฬาเท่านั้น พยายามให้เขาคุ้นเคยกับฟุตบอล จุดเปลี่ยนจริงๆ มาจากบอลจตุรมิตร ที่เฟยโชว์ฟอร์มดี เมืองทองฯ เลยจับเซ็นสัญญาอาชีพแบบปีต่อปี มีเงินเดือนครั้งแรก 1 หมื่นบาทต่อเดือนสำหรับเด็ก ม.6 ถือว่าเยอะมาก เฟยเขาก็ดีใจมาก เอาเงินมาให้พ่อกับแม่ใช้ด้วย"

 อยู่กับเมืองทองก็เหมือนทีมใหญ่ทั่วไปการที่ดาวรุ่งซักคนจะขึ้นมาไม่ใช่เรื่องง่าย "เฟย ถูกปล่อยตัวไปให้ นครนายก ยืมตัวตอนนั้นมี แอนดรูว์ คุมอยู่ แล้วเขาเป็นฝรั่ง เขาบอกว่าเฟย มีพรสวรรค์ ให้มาทางฟุตบอลอาชีพเต็มที่เลยไม่ต้องไปเรียน แต่ช่วงนั้นเฟยได้โควตาเข้าเรียนที่ ธรรมศาสตร์ พอดี ผมไม่ยอม ผมบอกไปเลยว่าไม่ได้เขาต้องเรียนด้วย และเล่นฟุตบอลไปด้วย เพราะอาชีพฟุตบอลมันยังไม่ชัด ไม่แน่นอน ไปฟังเขาอย่างเดียวไม่ได้ ผมเลยเอาตารางเรียนมาให้โค้ชดู พอเขาดูเขาบอกเฟยให้ดร็อปไปเลย ฝรั่งเขาจะไม่ชอบ เขาอยากให้มาทางเดียวเลยเพราะมันเป็นอาชีพ แต่ผมก็ฝืน เล่นแรกๆ ไม่ค่อยได้ลง แล้วพอดีลูกอีสาน ที่ธรรมศาสตร์ทำ ขอยืมตัวมาเล่น ที่นี่ เฟยโชว์ฟอร์มดี ได้แชมป์ที 4 (แชมป์ภูมิภาค) กับลูกอีสาน ปีเดียวกัน นครนายกได้ที่ 2 ตอนนั้นได้รางวัลล้านนึง ตอนอายุ 19"

 ฟุตบอลเป็นอะไรที่ไม่แน่นอน "ปีต่อมาเล่นให้ ศุลกากร แต่ยังไม่มีสัญญาถาวร เขาบอกให้มาเล่นก่อน สัญญาหมดเขาก็ไม่เซ็นเราเลยพาลูกไปคัดพวก บีบีซียู โค้ชญี่ปุ่นของบีบีซียูเอา แต่งบประมาณไม่มี สุดท้ายเฟยมาคัดตัวกับพัทยา ยูไนเต็ด เลยมาเล่นให้พัทยา และที่นี่มีอีกจุดเปลี่ยนคือโค้ชฝรั่งออก แล้วโค้ชเกาหลีมาทำทีมแทนเขาชอบฝีเท้าเฟย เลยปั้นเต็มที่ โชว์ฟอร์มดี เล่นได้ครึ่งซีซั่น เมืองทอง ดึงไปกลับไปเล่น"

 ในปีต่อมา เมืองทอง ยุคนั้นหาโอกาสได้ยากมาก เพราะทีมดึงสตาร์ทีมชาติเข้ามาหลายรายทำให้ เฟย มองหาโอกาสย้ายไปเล่นแบบยืมตัวที่เทโรฯ  และที่นี่เขาฉายแววออกมาด้วยการซัด 9 ประตูครองดาวซัลโวประจำทีม ทั้งที่ท้ายฤดูกาลเข้ารับการผ่าตัดข้อเท้าไม่ได้ช่วยทีมใน 3 เกมสุดท้าย

 จากฟอร์มในช่วงนั้นทำให้ เชียงราย ยูไนเต็ด ยอมทุ่มเงินเป็นค่าตัวก้อนแรกของเขาที่แม้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขแต่มีบางข้อมูลบอกว่าหลัก 10 ล้านบาทซึ่งเป็นครั้งแรกที่ ศิวกรณ์ มีค่าตัวและมีค่าเหนือยหลักแสน

 ถึงวันนี้ความรู้สึกของคนเป็นพ่อที่คอยสนับสนุนลูกชายมาตลอด "มีความสุขที่ได้ดูลูกเล่นฟุตบอล แต่ตั้งเป้าเขาไว้กลางๆ ไม่อยากตั้งเป้าเขาสูง เพราะฟุตบอลมีปัจจัยหลายอย่าง อยากให้เขาเล่นให้มีความสุขก่อน เพราะถ้าเขามีความสุข ความสามารถเขาจะออกมาเอง อย่าไปกดดันเขา"

 การดูแลลูกชายแบบเพื่อน ไปรับไปส่ง คอยคุยเรื่องฟุตบอล แท็กติก วิธีการเล่น และหาจุดบกพร้อมรวมทั้งไปดูเขาแข่งขันในสนามให้ได้มากที่สุดที่อาชีพจะเอื้ออำนวยเป็นเรื่องราวที่ดีมากๆ ของพ่อลูกคู่นี้ เพราะเบื้องหลังความสำเร็จของใครบางคน มันอาจเต็มไปด้วยความทุ่มเทของใครอีกหลายคน


--------------------------

ป.ปากน้ำ