• U19
  • 1 มีนาคม 2561 16:10

"ยูธลีก" ปีนี้มันส์แน่ชิงดำ 2-3 มี.ค.นี้-"พงษ์ภาณุ" ตั้งเป้าพาไทยไปบอลโลก2026

เป้าหมายนักเตะทีมชาติไทยต้องไปฟุตบอลโลกให้ได้ในปี 2026 เพื่อสานฝันให้เป็นจริงมอบความสุขให้กับคนไทยทั้งชาติ วงการฟุตบอลไทยจึงต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่ง ด้วยเหตุนี้ ฟุตบอล "ยูธลีก" ลีกเยาวชนแห่งชาติ จึงถือกำเนิดขึ้น

การแข่งขันฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ ในฤดูกาลนี้ ถือเป็นสถิติใหม่สำหรับทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยในรอบเพลย์ออฟ ฤดูกาลนี้ มีทีมที่เป็นเยาวชนจากสโมสรต่างๆสมัครเข้าร่วมแข่งขัน 4 รุ่นอายุ รวมแล้ว 394 ทีม  มากกว่าฤดูกาล 2016 ที่ผ่านมา ที่มี 308 ทีม และปีนี้ จาก394 ทีม มีนักกีฬารวมกันถึง 9,212 คน

    สำหรับ งานมหกรรมชิงชนะเลิศฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ 2017-2018 ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายนี้ แข่งขันในระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ -3 มีนาคม 2561  โดยทางการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่ทีมที่ผ่านเข้ารอบทั้ง16 ทีม รวม 4 รุ่น จำนวน 64 ทีม อย่างเต็มที่ในทุกๆด้าน ทั้งด้านที่พัก การเดินทาง อาหาร และสนามฝึกซ้อม  

    ทั้งนี้สนามแข่งขันในรุ่นอายุ 13 ปี แข่งขันที่สนาม มหาวิทยาลัยธนบุรี, รุ่นอายุ 15 ปี ที่สนามมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี,  รุ่นอายุ 17 ปี ที่สนามสถาบันพระจอมเกล้า(เจ้าคุณทหาร) ลาดกระบัง และ  รุ่นอายุ 19 ปี แข่งขันที่ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม เมืองทองธานี 

    ในรอบชิงชนะเลิศ "โรดทู ราชมังคลา" จะทำการแข่งขันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก โดยในรุ่นอายุ 15 และ 17 ปี จะทำศึกนัดชิงชนะเลิศวันที่  2 มี.ค. และ รุ่นอายุ 13 และ 19 ปี จะชิงชนะเลิศในวันที่ 3 มี.ค.2561 

    นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า  นอกจากการแข่งขันที่มีความสนุก เข้มข้น ยังมีกิจกรรม Best Team Best 11 การคัดเลือกและมอบรางวัลนักกีฬาเยาวชนดาวรุ่ง 11 ตำแหน่ง ทั้ง 4 รุ่น และกิจกรรม Coach Clinic ฝึกอบรมผู้ฝึกสอนทีมที่ร่วมแข่งขัน โดยให้สิทธิแก่สโมสรที่ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของทั้ง 4 รุ่น ได้เข้าร่วมฝึกอบรมกับทีมงานโค้ชจากลาลีกา  เรียกได้ว่าจะเป็นงานมหกรรมฟุตบอลที่สร้างความตื่นตัวให้กับวงการฟุตบอล และเชื่อว่าเกมการแข่งขันจะสนุกเร้าใจมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันทีมเยาวชนของแต่ละสโมสรล้วนฝีเท้าดี พร้อมที่จะก้าวขึ้นไปเล่นเป็นนักเตะชุดสำรอง, ชุดใหญ่ และเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในรุ่นอายุต่างๆ 

    ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานที่จะต้องขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งหนึ่งในภารกิจหลักที่ต้องดำเนินการเพื่อให้บรรลุนโยบายที่กำหนด คือการพัฒนาฟุตบอลอาชีพ ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาองค์ประกอบต่างๆของฟุตบอลอาชีพ โดยสนับสนุนให้มีระบบบริหารจัดการแข่งขันที่ได้มาตรฐานเทียบเท่าสากล  จึงได้ดำเนินโครงการสานฝันฟุตบอลไทยไปฟุตบอลโลก 

    โดยได้ตระหนักถึงแนวทางการพัฒนาฟุตบอลที่ยั่งยืน เป็นระบบแบบแผนและมีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยเล็งเห็นแนวทางที่สอดคล้องกับข้อบังคับของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (Asian Football Confederation) และพัฒนาทีมฟุตบอลชาติไทยไปฟุตบอลโลก ในปี ค.ศ. 2026 อันเป็นการวางรากฐานฟุตบอลไทยอย่างเป็นระบบในอนาคต ที่มุ่งพัฒนาองค์ประกอบทั้ง 6 ด้าน ประกอบด้วย  

    ด้านการแข่งขัน ,ด้านพัฒนาบุคลากร ,ด้านผู้ตัดสินและผู้ฝึกสอน ด้านศูนย์พัฒนาฟุตบอลเพื่อความเป็นเลิศ, ด้านการชมการเชียร์ และด้านการตรวจสอบการล็อคผลการแข่งขัน เพื่อให้ฟุตบอลของประเทศไทยไปถึงเป้าหมายที่วางไว้นั่นคือ ทีมฟุตบอลไทยไปลุยศึกฟุตบอลโลกในปี 2026