• U17
  • 1 มีนาคม 2561 16:10

"สานฝันยูธลีก"

''ยูธลีกเป็นเหมือนสิ่งสำคัญในการพัฒนาฟุตบอลของประเทศ เพราะถ้าเรามีเยาวชนที่ดี มีการแข่งขันตลอด ได้พัฒนาตัวเองตลอด เวลาเด็กที่เป็นเยาวชนขึ้นมาชุดใหญ่มันก็ได้ผ่านเกมมา สร้างประสบการณ์ ได้เล่นกันมาตลอด

 

     สามารถไปดูตัวเพื่อดึงขึ้นชุดใหญ่ได้ด้วย มันก็เอื้อต่อหลายๆ อย่าง แต่คนส่วนใหญ่จะมองข้ามเรื่องเยาวชน เราจะไปโฟกัสชุดใหญ่มากเกินไป ชุดเด็กก็ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนมากเท่าไหร่ ไม่ลงลึกพื้นฐานทักษะที่ถูกต้อง ส่วนมากเด็กจะเตะบอลเล่นกันมาเอง เพิ่งจะเต็มที่ตอนที่มาเล่นสโมสร ต่างจากพวกญี่ปุ่นที่เขาวางรากฐานมาตั้งแต่เด็ก พอขึ้นชุดใหญ่ก็เล่นสไตล์เดียวกัน ระบบมันก็ไม่ยาก ทุกคนเข้าใจระบบ มีระเบียบวินัย'' ชนานันท์ ป้อมบุบผา หัวหอกสุพรรณบุรี เอฟซี

 


     ''มันสำคัญมาก เพราะยูธลีกเป็นสนามไต่เต้าไปจนถึงไทยลีก เป็นเหมือนสนามให้เด็กได้ใช้เพื่อพัฒนาฝีเท้า เพราะตอนผมเด็กไม่มียูธลีกให้เล่น โอกาสขึ้นมาก็น้อย อีกส่วนคือสนาม เพราะถ้าสนามดีการบาดเจ็บจะน้อย อย่างที่สองเรื่องอาหารการกิน ฟิตเนส เพราะสมัยเด็กห้องฟิตเนสผมแทบไม่เคยได้เข้าเลย ต้องกลับมาเล่นเองที่บ้านเพราะมันไม่มีให้เด็กๆ ได้เล่น'' ศิวกรณ์ เตียตระกูล มิดฟิลด์ป้ายแดงเชียงราย ยูไนเต็ด


     ''เป็นเรื่องดีที่มียูธลีก เพราะสมัยผมยังไม่มี ยูธลีกทำให้เราได้ไปแข่งกับโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศ ได้เจอเพื่อน บางทีมไปเจอทีมบ้านเกิดก็ดีใจและยังเป็นการสอนฟุตบอลให้โรงเรียนต่างจังหวัดรู้เพื่อจักพัฒนาศักยภาพให้ดีขึ้นเพื่อสู้กับทีมในกทม.ให้ได้ ซึ่งนักเรียนทุกคนจะได้พัฒนาไปด้วย'' ''เชน'' สุพรรณ ทองสงค์ กองหลังเอสซีจี เมืองทอง


     ''ระดับเด็กถือว่าพัฒนามากกว่าที่ผ่านมาเพราะสมัยก่อนตามอะคาเดมี่มันไม่ค่อยมีส่วนใหญ่นักบอลจะเล่นตามโรงเรียนโดยมีครูเป็นคนสอนบางครั้งอาจจะไม่ได้สอนในวิธีการที่ถูกต้อง แต่สมัยนี้มีอะคาเดมี่เยอะ และโค้ชฟุตบอลที่จบไลเซนส์ทั่วประเทศซึ่งจะมีความเข้าใจเรื่องฟุตบอลมากกว่า ทำให้เด็กพัฒนาเร็วเพราะได้รับการสอนที่ถูกต้อง แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้หมายความว่าครูที่โรงเรียนสอนไม่ดีเพราะบางท่านใจรักฟุตบอล แต่อาจจะไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมในวิชาชีพของโค้ชโดยตรงเท่านั้นเอง'' สุรพงษ์ คงเทพ นายใหญ่บีอีซี เทโรฯ

 


     

ทั้งหมดนี้คือความเห็นของดาวรุ่งฟอร์มแรงที่ผ่านการฝึกอย่างเป็นทางการในระบบ โคเวอร์ โค้ชชิ่ง และไม่ได้ผ่านอะคาเดมี่มาเลย รวมทั้งโค้ชผู้มีประสบการณ์มากมายในระบบเยาวชนที่ทุกคนเห็นตรงกันว่า ยูธลีก มีความสำคัญอย่างมากและจะเป็นอนาคตของวงการฟุตบอลไทย


      จุดเริ่มต้นในการเล่นฟุตบอลของแต่ละคนอาจต่างกัน แต่ทุกคนย่อมมีความฝันวันนี้เรามีตัวอย่างของ 5 ความฝันเยาวชนไทยที่กำลังเดินตามรอยรุ่นพี่ของเขา


      จากเหตุการณ์น้ำท่วมในปี 2554 สร้างความยากลำบากให้กับประชาชนทั่วประเทศไทย แต่ในความโชคร้ายมันก็ยังนำพาความโชคดีติดมาบ้างเมื่อแต๊งค์ต้องหนีน้ำท่วมออกมาจากบ้านทำให้คุณพ่อไพบูลย์ พ่อแท้ๆ ตัดสินใจพลิกวิกฤติเป็นโอกาสด้วยการพาลูกมาเรียนทักษะฟุตบอล ''พีเอสดับเบิลยูฟุตเทร่า'' อะคาเดมี่สอนฟุตบอลสำหรับเด็ก 5-17 ปี ที่มีสนามฟุตบอลพร้อมรองรับเต็มรูปแบบ และผู้ฝึกสอนที่มีมาตรฐานภายใต้การดูแลของ พิศาล รำไร อดีตทีมชาติไทยและ ผอ.ผู้ก่อตั้งอะคาเดมี่ เวลานั้นแต๊งค์เพิ่งจะอายุ 9 ขวบหลังจากไล่ตามความฝัน และเมื่อฝันไว้ไกลก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ต้องพยายามเริ่มไปคัดตัวกับทีมต่างๆ ทั้งโรงเรียนและสโมสร ไม่ว่าจะเป็น สวนกุหลาบนนทบุรี, โรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย ไปจนกระทั่งสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 

   ซึ่งในระดับสโมสรสามารถเข้าถึงรอบเก็บตัวรอบสุดท้าย แต่ทั้งหมดก็ยังไม่เป็นผล เจ้าตัวไม่ได้ท้อยังคงพยายามตั้งใจฝึกฟุตบอลอย่างแข็งขันเพื่อรอโอกาสของตัวเองและในที่สุดวันนั้นก็มาถึง เมื่อสโมสรบีอีซี เทโรฯ ทีมที่สร้างนักฟุตบอลทีมชาติมาแล้วมากมาย โดยเวลานั้นทีมมังกรไฟกำลังต้องการผู้เล่นแบ็กซ้ายฝีเท้าดีและด้วยความที่รู้จักกับอาจารย์ที่สอนอยู่ในฟุตเทร่า อะคาเดมี่ จึงได้มาเฝ้าดูฟอร์มก่อนที่สุดท้ายโอกาสของเจ้าแต๊งค์จะมาถึง


      ส่วนกองหลังตัวเก่งจากชลบุรี เอฟซี อย่าง ''น้องฟิล์ม'' สุภัทร วรรณแจ่ม ปราการหลังระดับหินผาจากชลบุรี เอฟซี ที่ขนาดโค้ช ''เก่ง'' ไพรัช ชุมพล ผู้ฝึกสอนของชลบุรี อะคาเดมี่ และผู้ดูแลน้องฟิล์มยังยกย่องว่าเป็นนักเตะที่เก่งเกินอายุและจะเป็นอนาคตของทีมฉลามชลต่อไป แต่จุดเริ่มต้นก็ไม่ได้ต่างจากเด็กสมัยนี้ด้วยเส้นทางสายฟุตบอลของเขาเริ่มต้นขึ้นจากความเกี่ยวโยงถึงการทำงานของผู้เป็นพ่อ เพราะอาชีพในเวลานั้นของพ่อคือ สห. ที่ต้องเข้าไปดูแลความปลอดภัยของแฟนบอลที่เข้ามาชมเกมฟุตบอลในสนามของทีมชลบุรี เอฟซี และใครจะนึกว่าการตามพ่อไปทำงานในวันนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายอาชีพในวันนี้


      ''ผมเกิดที่ชลบุรีเริ่มเตะฟุตบอลอยู่แถวบ้านกับเพื่อนๆ ตอนอายุ 8 ขวบ แล้วมีพี่มาชวนไปซ้อมบอลที่กองพันฯ เลยเตะมาเรื่อยๆ จนเรียนที่โรงเรียนอนุบาลชลบุรีเริ่มเปลี่ยนเส้นทางมาเล่นฟุตซอล ต่อด้วยการไปเล่นกับเด็กชลเป็นอะคาเดมี่ทั่วๆ ไปนี่แหละ มาวันนึงพ่อของเพื่อนชวนไปคัดตัวทีมชลบุรี เอฟซี เป็นการคัดตัวครั้งแรกของผม ตอนนั้นคือเราเข้าไปขอเขาคัดตัวเองเลยโดยที่เขาไม่ได้เปิดรับสมัคร หลังจากนั้นมีคนจากทีมโทร.มาคุยกับพ่อที่บ้าน ผลคือผมผ่านการทดสอบผมได้เล่นในรุ่น 12 ปี ตอนนั้นดีใจมาก โดยมีโค้ชไพรัช ชุมพล เป็นคนดูแลตั้งแต่นั้นมา''


       นี่คือตัวอย่างในความสำคัญของ ยูธลีก เชื่อว่าถ้ายังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในอนาคต เราจะได้เห็นนักฟุตบอลเก่งๆ ตบเท้าสู่ทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่องและถึงวันนั้นใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้อาจเกิดขึ้นก็ได้